เมื่อบินมาจากไทยถึงสนามบินอาตาเติร์ก ไปเอากระเป๋าเสร็จแล้วไปที่สถานที่ต้อนรับก็จะมีรุ่นพี่กำลังเรียนรู้ในตุรกีโดยมาจากไทยเช่นกันมาต้อนรับผมด้วย จากนั้นไปลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ของนักเรียนทุนเพราะทางทุนจะตั้งซุ้มต้อนรับเด็กนักเรียนทุนที่กำลังมาด้วยในช่วงเวลานั้นที่สนามบิน
เมื่อเราไปลงทะเบียนแล้วจากนั้นรอในสนามบินประมาณ 1 ชม. ทางทุนเขาก็ขับรถส่งเราไปที่หอพักของตนเอง ส่วนของผมอยู่ที่อิสตันบูลเดินทางจากสนามบินจากฝั่งยุโรปไปยังฝั่งเอเชีย โดยข้ามสะพาน onbeş Temmuz ซึ่งแปลว่า สะพาน 15 กฤกฎาคม ทำให้ผมได้เห็นวิวครั้งแรกบนสะพาน เป็นวิวที่ผมไม่เคยรับชิมรสชาตินี้มาก่อน เมื่อถึงหอพักต้องลงทะเบียนยื่นเอกสารต่างๆจากนั้นจึงสามารถเข้าไปอยู่ห้องพักได้
โดยผมนั้นได้อยู่ห้องพักกับชาวอารกันประเทศพม่าที่มาที่นี่พร้อมกับผม แต่ปัจจุบันนั้นครอบครัวเขาอาศัยอยู่ที่ซาอุดีอาระเบียเขามาตุรกีเดินทางจากซาอุดีมา เขาสามารถพูดภาษาอาหรับได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะครอบครัวเขาอยู่ที่ประเทศซาอุ เมทแค่ 2 คนรวมผมกับเขา มาแรกๆผมกับเขาก็ยังพูดภาษาตุรกีไม่เป็นแต่พูดภาษาอาหรับและอังกฤษเท่าที่ผมสามารถสื่อสารได้ ทำให้ผมได้ศัพท์ใหม่ๆเช่นกันเพื่อเอาตัวรอดจากการสื่อสาร
อาหาร
เมื่อถึงเวลาทานอาหารครั้งแรกในตุรกี ที่หอพัก เป็นอาหารที่ไม่ค่อยถูกปากกับคนเอเชีย ครั้งแรกที่ผมกินอาหารตุรกีนั้น ผมกินแบบทนๆไป สุดท้ายกินไม่หมด ซึ่งในช่วงสัปดาห์แรกนั้นผมก็ยังไม่ชินกับอาหารตุรกี เป็นอาหารที่แตกต่างจากอาหารไทย ได้ชิมรสชาติที่ไม่เคยชิมมาก่อน แต่หลังจาก 2-3 สัปดาห์นั้นผมสามารถกินอาหารตุรกีได้แล้วนั่นสรุปว่าทำให้ชินได้
ในเมือง
คนตุรกีส่วนใหญ่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แต่สัก 10-20% ที่มีคนพูดอังกฤษได้ เมื่อผมไปในเมือง ร้านขนม ท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ลำบากในการเดินทาง เพราะคนตุรกีใช้ภาษาตุรกีเลยถึงแม้เราเป็นคนต่างชาติ ตอนนั้นผมซื้อขนม ผมถามราคาว่า how much เขาก็ตอบเป็นภาษาตุรกี ผมก็บอกว่า I don't understand เขาก็ทำนิ้วว่าราคาเท่านี้ ผมก็อ๋อจ่ายตามจำนวนนิ้วที่เขาชูขึ้น
แน่นอนมาแรกๆก็ต้องจัดการเอกสารต่างๆของมหาลัย เวลาที่ผมไปมหาลัย ก็โชคดีที่มีรุ่นพี่จากไทยเหมือนกันเรียนอยู่มหาลัยในตุรกีด้วยกัน คอยช่วยผมตลอดเวลาในช่วงนั้น
จะอยู่ในตุรกี ถ้าไม่รู้ภาษาตุรกี จะลำบาก
สิ่งที่เราไม่เคย มันก็สามารถทำให้เราเคยได้




